Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player



Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player


 
 
 
 

ผู้ออนไลน์ขณะนี้ 
 
 ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 
5418768541876854187685418768541876854187685418768 

 
คลังความรู้หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต
คลังความรู้เฉพาะทางด้านสุขภาพจิต
สถิติ รายงาน วารสาร ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้วงการพัฒนางานสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้วงการศึกษาสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้อื่นที่น่าสนใจ
เรื่องราวทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์)
การจัดการความรู้ (KM: Knowledge Management)
 
 
  TH   EN   MYA

 
หน้าหลัก ผลงานวิจัย  

 

ข้อมูลงานวิจัย

ชื่องานวิจัยภาษาไทย : การสำรวจสถานการณ์ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเกมในนักเรียน โรงเรียนนำร่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ชื่องานวิจัยภาษาอังกฤษ :
ผู้นิพนธ์/ผู้วิจัย : ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน และคณะ (วิมลรัตน์ วันเพ็ญ, ศศกร วิชัย, พัชรินทร์ อรุณเรือง, จันทร์ชนก โยธินชัชวาล, ธนโชติ เทียมแสง, หนึ่งฤทัย ยี่สุนศรี, ธัชกร ป้ายงูเหลือม, ภาพรรณ ล่าเต๊ะ)
สังกัดหน่วยงาน : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ 
ISBN :
ประเภทงานวิจัย : งานวิจัยเชิงคุณภาพ
ผลผลิตที่ได้ : หนังสือ (ชุด/เล่ม: วิชาการ รายงาน)
ชื่อผลผลิตที่ได้ :
แหล่งอ้างอิงผลผลิตที่ได้ :
หมวดหมู่ของงานวิจัย :  
หัวเรื่องเกี่ยวกับ
คำสำคัญ/
Keyword :
เด็กเเละวัยรุ่น/ติดเกม/พฤติกรรมเสี่ยง/เกมคอมพิวเตอร์/โรงเรียน
เกี่ยวกับมิติงาน : ป้องกัน
เกี่ยวกับวัย : วัยรุ่น
เกี่ยวกับ Setting : สถานศึกษา
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (บทบาท) : นักเรียน/นักศึกษา
อื่นๆ :
วารสารที่ตีพิมพ์ :
เจ้าของวารสาร/หน่วยงานที่ผลิต/สำนักพิมพ์ : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
ประเภทปี : พ.ศ.
ฉบับ/ปีที่ตีพิมพ์/เผยแพร่ : 2556
บทคัดย่อภาษาไทย :
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
 
             การสำรวจสถานการณ์ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเกมในนักเรียน โรงเรียนนำร่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีความสำคัญต่อการวางแผนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเกม ซึ่งมีผลกระทบต่อการเรียน การดำเนินชีวิต และก่อให้เกิดปัญหาสังคมระยะยาวต่อตัวเด็กการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อศึกษาสถานการณ์และลักษณะของปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเกมในนักเรียน โรงเรียนนำร่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 6 จังหวัด และวัตถุประสงค์รอง 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเกมของนักเรียน และ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงกับการติดเกมของนักเรียน เพื่อนำไปสู่การประเมินและปรับปรุงระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต
        การศึกษานี้ใช้ข้อมูลจากระบบการประเมินคัดกรองนักเรียนรายบุคคลจำนวน 8,366 คน ในโรงเรียนนำร่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 21 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6 จังหวัด(กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สระแก้ว ร้อยเอ็ด พะเยา นครศรีธรรมราช) ประเมินด้วยแบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนเด็ก(The Strengths and Difficulties Questionnaire: SDQ) และแบบสอบถามการติดเกมคอมพิวเตอร์ (Game Addiction Screening Test: GAST)
       ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้ปกครองประเมินว่านักเรียนมีปัญหาพฤติกรรมสูงกว่านักเรียนประเมินตนเองและครูประเมินนักเรียน (15.3 %, 12.9%, 11.2%) โดยผู้ปกครองและครูประเมินตรงกันว่านักเรียนมีปัญหาด้านอารมณ์มากที่สุด (15.4%, 11.5%) ขณะที่นักเรียนประเมินตนเองว่าเสี่ยงด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนมากถึงร้อยละ 36.8 ส่วนการประเมินการติดเกมพบว่า ผู้ปกครองประเมินว่านักเรียนน่าจะติดเกมสูงกว่านักเรียนประเมินตนเอง(3.2%, 2.8%) โดยมองว่านักเรียนหญิงมีความเสี่ยงต่อการติดเกมมากกว่านักเรียนชาย(3.8%, 2.7%) ส่วนนักเรียนประเมินว่าตนเองพบว่าไม่แตกกันในเรื่องเพศ สำหรับระดับชั้นเรียนพบว่า ผู้ปกครองและนักเรียนประเมินตรงกันว่า ชั้นประถมปีที่ 5 น่าจะมีการติดเกมมากที่สุด (4.1%, 3.5%)
               การวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการเกิดปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเกมพบว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมช่วงอายุ 13-18 เสี่ยงต่อการมีปัญหาพฤติกรรมและติดเกม มากกว่านักเรียนระดับชั้นประถม (7-12 ปี) การมีพี่น้องเป็นปัจจัยหนึ่งต่อการเกิดปัญหาพฤติกรรม เพศเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเกมโดยเพศหญิงเสี่ยงมากกว่าเพศชาย เด็กที่เคยถูกพักการเรียน เคยถูกลงโทษหรือครูเรียกพบผู้ปกครอง เคยเรียนซ้ำชั้น มีความสัมพันธ์ต่อการมีพฤติกรรมเสี่ยง(38.9 %, 36.6 %และ 32.1 %) การได้รับคำแนะนำจากโรงเรียนให้ไปปรึกษาหน่วยบริการสาธารณสุข มีความสัมพันธ์กับการเกิดพฤติกรรมเสี่ยงและการติดเกมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 โดยมีโอกาสมีปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและติดเกมร้อยละ(64%, 13%) นอกจากนี้การไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องมีความสัมพันธ์ต่อการติดเกมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยมีโอกาสติดเกมถึงร้อยละ 23.8
               เด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองมีสถานภาพสมรส หย่าร้าง/หม้าย/แยก เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาพฤติกรรมและการติดเกม(29.0 %, 5.6%) บิดามารดามีระดับการศึกษาต่ำกว่ามัธยมศึกษา และมีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท เป็นปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อการเกิดพฤติกรรมเสี่ยง ด้านประวัติของบิดามารดาพบว่า การมีประวัติของทั้งบิดามารดามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม (Disruptive behavior: โกหก/ขโมย/ทำร้ายร่างกาย) และมารดาวัยเด็กที่ซนอยู่ไม่นิ่ง เคยได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางจิตเวช เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียน 
            การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงและไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง กับการติดเกมและไม่ติดเกมพบว่า ผู้มีปัญหาพฤติกรรมเสี่ยง มีโอกาสติดเกม ร้อยละ 48.40 และมีโอกาสไม่ติดร้อยละ 23.90 ส่วนผู้ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงมีโอกาสไม่ติดร้อยละ 76.1 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ปัญหาพฤติกรรมด้านอารมณ์มีความสัมพันธ์กับการติดเกมสูงกว่าด้านอื่นๆ โดยผู้มีปัญหาพฤติกรรมด้านอารมณ์มีโอกาสติดเกมร้อยละ 40.60 ส่วนผู้ที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางอารมณ์ มีโอกาสไม่ติดเกมร้อยละ 76.10 นักเรียนที่มีปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน มีโอกาสติดเกมร้อยละ 63.60 และผู้ที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน มีโอกาสไม่ติดเกมร้อยละ 53.1  นักเรียนที่มีปัญหาพฤติกรรมเกเรเสี่ยงต่อการติดเกมร้อยละ 28 ส่วนผู้ที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านเกเร มีโอกาสไม่ติดเกมร้อยละ 83.4 และนักเรียนที่มีปัญหาพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง มีโอกาสติดเกม 27.2 % ผู้ที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านการอยู่ไม่นิ่ง มีโอกาสไม่ติดร้อยละ 83.50
บทคัดย่อภาษาอังกฤษ :
เอกสารที่เกี่ยวข้อง :
อีเมลผู้วิจัย : chanok_smny@hotmail.com
สถานที่ติดต่อและ
หมายเลขโทรศัพท์
:
สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ 75/1 ถนนพระราม 6 (ตรงข้าม รพ.รามา) เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 โทร. 0 2354 8305-7 โทรสาร E-mail: chanok_smny@hotmail.com
ชื่อไฟล์ (full text) ที่แนบมา : Download เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
URL เว็บไซต์ที่เชื่อมโยง : -
ชื่อไฟล์สื่อ media ที่แนบมา :
URL เว็บไซต์ที่เชื่อมโยง : -
ชื่อไฟล์รูปภาพประกอบที่แนบมา : -

 

 


อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า อยู่บนพื้นฐานของงานที่ www.klb.dmh.go.th
Copyright © 2010 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข