Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player



Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player


 
 
 
 

ผู้ออนไลน์ขณะนี้ 
 
 ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 
5417359541735954173595417359541735954173595417359 

 
คลังความรู้หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต
คลังความรู้เฉพาะทางด้านสุขภาพจิต
สถิติ รายงาน วารสาร ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้วงการพัฒนางานสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้วงการศึกษาสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้อื่นที่น่าสนใจ
เรื่องราวทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์)
การจัดการความรู้ (KM: Knowledge Management)
 
 
  TH   EN   MYA

 
หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์  
 
วันออทิสติกโลก
องค์การอนามัยโลกประกาศให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปีเป็นวันออทิสติกโลก รณรงค์ให้ประชาชนและสังคมได้รู้จักเข้าใจภาวะออทิสติกมากขึ้น และจัดระบบการดูแลค้นหาเด็กที่มีภาวะเสี่ยงให้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น และพัฒนาศักยภาพจนสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้
           การรณรงค์วันออทิสติกโลก (World Autism Awareness Day) ถึงแนวทางการดูแลบุคคลออทิสติกแบบบูรณาการ องค์การสหประชาชาติโดยองค์การอนามัยโลกประกาศให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปีเป็นวันออทิสติกโลก กรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลยุวประสารทไวทโยปถัมภ์ รณรงค์ให้ประชาชนและสังคมได้รู้จักเข้าใจภาวะออทิสติกมากขึ้น และจัดระบบการดูแลค้นหาเด็กที่มีภาวะเสี่ยงให้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น และพัฒนาศักยภาพจนสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เรียนหนังสือและประกอบอาชีพได้ ออทิสติก เป็นโรคที่มีความผิดปกติของพัฒนาการทางสมอง ด้านสังคม ภาษาและพฤติกรรม พบได้ 6 ต่อ 1,000 รายโดยข้อมูลล่าสุดของกรมสุขภาพจิต พบว่า มีออทิสติกกว่า 3 หมื่นรายทั่วประเทศ แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในรอบ 10 ปี แม้โรคออทิสติก สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ พัฒนาได้และอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติและมีคุณค่า สามารถทำงาน ตลอดจนพึ่งพิงตนเองได้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายในการจัดบริการเข้าถึงสถานพยาบาลทุกระดับทั่วประเทศกว่า 10,000 แห่ง เพิ่มการตรวจคัดกรองหาภาวะออทิสติกในคลินิกสุขภาพเด็กดี มีการตรวจคัดกรองหาเด็กที่มีพัฒนาการภาษา สังคม และพฤติกรรมผิดปกติ ให้บริการฉีดวัคซีน และคลินิกพัฒนาการเด็กในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไปรวม 833 แห่ง ติดตามพัฒนาการเด็กหลังคลอดทุกคนจนถึงอายุ 5 ปี ตรวจเมื่อเด็กอายุ 1 ขวบครึ่งขึ้นไป เนื่องจาก หากตรวจพบตั้งแต่ช่วง 2 ขวบปีแรก จะทำให้ผลการรักษาดีมาก บำบัดและกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการให้เร็วก่อนถึงอายุ 6 ขวบ ชี้ได้ผลดี แม้ไม่หายขาดแต่เด็กจะมีพัฒนาการด้านต่างๆ ดีขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้และเข้าโรงเรียนได้ตามวัย  โดยเด็กออทิสติกร้อยละ 40 มีไอคิวปกติ ในจำนวนนี้ร้อยละ 10 มีความสามารถพิเศษ แนะสัญญาณเตือนโรคนี้ หากพบเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบมีอาการ ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว ให้รีบพาไปพบแพทย์
         ผู้ป่วยออทิสติกต้องการการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง เหมาะสม และเข้มข้น โดยการผสมผสานวิธีการต่างๆ ทั้งในส่วนของการส่งเสริมพัฒนาการ การจัดรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสม การส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำ ตลอดจนสวัสดิการสังคมและการดำเนินชีวิตในชุมชน ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้มีนโยบายเพิ่มการเข้าถึงบริการให้เด็กพิเศษกลุ่มนี้ได้รับบริการคัดกรองหาความผิดปกติและบำบัดรักษา กระตุ้นพัฒนาการ ตลอดจนปรับพฤติกรรมอย่างมีมาตรฐาน
         ปัจจุบันมีการร่วมมือกันอย่างจริงจัง ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ครอบครัว ชุมชน และสังคม ตั้งแต่การจัดระบบคัดกรองพัฒนาการที่มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง การจัดระบบการศึกษาที่เหมาะสม และที่สำคัญ การเข้าใจและให้โอกาสกับบุคคลกลุ่มนี้ ไม่มองพวกเขาเป็นส่วนเกินของครอบครัว และสังคม พร้อมจะทุ่มเท และสู้ไปด้วยกัน ย่อมช่วยให้พวกเขามีโอกาสในการรักษา และสร้างพื้นที่ในสังคมเพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามศักยภาพอย่างมีความสุข ทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไปได้

         การคืนบุคคลออทิสติกสู่สังคม จึงจำเป็นต้องมี พันธมิตร ในภาคสังคมที่สำคัญ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีหลายองค์กรภาครัฐและเอกชนไม่น้อยกว่า 10 องค์กรได้ให้โอกาสบุคคลออทิสติกพิสูจน์ศักยภาพ รับเข้าทำงานไม่น้อยกว่า 30 ราย

          สมองของเด็กในช่วงอายุน้อยกว่า 5 ขวบจะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ถ้ารีบแก้ไขปัญหาให้กับเด็ก จะทำให้เด็กมีโอกาสพัฒนาได้อย่างดี เด็กออทิสติกหลายคนสามารถเรียนจบปริญญาและประกอบอาชีพได้เหมือนคนปกติทั่วไป อย่างไรก็ตาม บุคคลออทิสติกที่จบการศึกษาหรืออยู่ในวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ว่างงาน ไม่ได้ประกอบอาชีพและเป็นภาระในครอบครัว จากการสำรวจของ The National Autistic Society (NAS) ของประเทศอังกฤษ พบว่า มีผู้ป่วยออทิสติกวัยผู้ใหญ่เพียง 15% ที่สามารถทำงานเลี้ยงชีพและมีรายได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยออทิสติกถูกจัดว่าเป็นแรงงานที่ไม่ความชำนาญจึงได้รับค่าตอบแทนในระดับต่ำ มีอัตราการเปลี่ยนงานบ่อยและมีความยากลำบากในการปรับตัวกับสถานที่และเพื่อนร่วมงาน และจากข้อมูลของมูลนิธิบุคคลออทิสติกไทย พบว่า มีบุคคลออทิสติกจำนวนไม่ถึงร้อยคนที่มีงานทำหรือสามารถประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับครอบครัว สามารถช่วยเหลืองานบ้านเล็กๆน้อยๆ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเปิดโอกาสให้พวกเขามีที่ยืนในสังคมต่อไปได้

            บุคคลออทิสติก เป็นเรื่องที่สังคมควรรับรู้ร่วมกัน เพราะการรับรู้ เป็นประตูสู่การยอมรับและเข้าใจ แต่การทำให้สังคมรับรู้เป็นเรื่องยากหากไม่เคยสัมผัสเด็กเหล่านี้ ดังนั้นการเปิดการรับรู้เรื่องออทิสติกสู่สังคม เราทุกคนทุกฝ่ายควรตระหนักและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

อ้างอิงการติดตามสัมภาษณ์ผู้บริหารกรมสุขภาพจิตของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://nwnt.prd.go.thhttp://ycap.go.th/th/

ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ : 04/04/2560
เอกสารแนบ : -

อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า อยู่บนพื้นฐานของงานที่ www.klb.dmh.go.th
Copyright © 2010 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข