คลังความรู้ทางวิชาการด้านสุขภาพจิตและจิตเวช กรมสุขภาพจิต

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player



Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player


 
 
 
 

ผู้ออนไลน์ขณะนี้ 
2424 
 ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 
5319474531947453194745319474531947453194745319474 

 
คลังความรู้หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต
คลังความรู้เฉพาะทางด้านสุขภาพจิต
สถิติ รายงาน วารสาร ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้วงการพัฒนางานสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้วงการศึกษาสุขภาพจิตและจิตเวช
คลังความรู้อื่นที่น่าสนใจ
เรื่องราวทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์)
การจัดการความรู้ (KM: Knowledge Management)
 
 
  TH   EN   MYA

 
หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์  
 
จิตเวชโรคเรื้อรัง: วันไตโลก
วันไตโลกขึ้น เป็นวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักแก่ประชาชนทั่วไป ได้ทราบถึงอันตรายจากโรคไต ปีนี้เน้นเรื่อง ส่งเสริมเด็กไทยลดเค็ม ให้ตรวจค้นหาโรคไตในประชากรกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคไต สื่อสารเรื่องโรคไตสู่สาธารณะ
          จิตเวชโรคเรื้อรัง: วันไตโลกขึ้น เป็นวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมทุกปี  ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักแก่ประชาชนทั่วไป ได้ทราบถึงอันตรายจากโรคไต โดยปีนี้ของประเทศไทยเน้นเรื่อง ส่งเสริมเด็กไทยลดเค็ม การวินิจฉัยระยะเริ่มแรกของโรคไตและการป้องกันโรคไตวายเรื้อรัง ให้ดำเนินกิจกรรมในแบบของการตรวจค้นหาโรคไตในประชากรกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคไต รวมทั้งการสื่อเรื่องโรคไตสู่แพทย์ทั่วไป พยาบาล ตลอดจนบุคลากรฝ่ายสาธารณสุขและประชาชนโดยตรง ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยพยายามให้ผู้เชี่ยวชาญโรคไตได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ไปสู่บุคลากรทุกระดับ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ให้มากที่สุด เช่น ผู้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่จัด ผู้เป็นเบาหวาน ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต เป็นต้น สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับองค์กรสากล สมาพันธ์มูลนิธิโรคไต และสมาคมโรคไตนานาชาติ คือ International Federation of Kidney Foundation (IFKF) และ International Society of Nephrology (ISN) ในการรณรงค์ ประกาศจัดงานกิจกรรมวันไตโลก ภายใต้คำขวัญ "โรคไตเป็นได้ตั้งแต่เด็ก รู้แต่เล็ก ป้องกันได้" ซึ่งปีนี้สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายลดบริโภคเค็ม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ประกาศกิจกรรมภายใต้บริบทของไทยเน้นเรื่องส่งเสริมเด็กไทยลดเค็ม 
          โครงการป้องกันการเกิดโรคไตและไตวายเรื้อรัง ถือว่ามีคุณค่ามาก เนื่องจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาเมื่อเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งต้องอาศัยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือล้างของเสียทางช่องท้องตลอดชีวิต ซึ่งมีราคาแพง ประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน ต้องรับประทานยาหลายชนิด รวมทั้งต้องควบคุมอาหารหลายอย่าง คุณภาพชีวิตไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าสามารถป้องกันเรื่องดังกล่าวได้ล่วงหน้าย่อมลดค่าใช้จ่าย ทำให้ครอบครัวไม่ต้องเดือดร้อน เพราะถ้าผู้ป่วยเป็นหัวหน้าครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ก็จะมีชีวิตยืนยาว ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายต่อชีวิตเร็วเกินควร การดูแลรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดไตวายเรื้อรังได้ถึง 20-50%
          ความจำเป็นที่ต้องสร้างความตระหนักเพราะ
  1. ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เป็นโรคไตโดยไม่รู้ตัว คือ ไม่เคยตรวจเกี่ยวกับไต เบาหวาน ความดันโลหิต ซึ่งล้วนแต่มีผลกระทบต่อการเกิดโรคไตทั้งสิ้น เมื่อโรคเป็นนาน โดยปราศจากการดูแลรักษา ย่อมเป็นมาก เมื่อมีอาการรุนแรงมาพบแพทย์มักจะสายเกินไป หมดโอกาสที่จะช่วยให้ไตฟื้นกลับเป็นปกติดังเดิมได้ บุคคลเหล่านี้มีทุกเพศ ทุกวัย ทั้งที่เป็นหัวหน้าครอบครัว และผู้เป็นบุตรหลาน หรือสมาชิกในครอบครัว ถ้าทราบแต่เนิ่นๆ จะทำให้การดูแลรักษามีผลดีกว่ากันมาก
  2. มีผู้ป่วยที่เป็นโรคไตจำนวนมากที่ไม่ทราบวิธีดูแลตนเองที่ถูกต้อง เหมาะสม ทำให้โรคที่เป็นน้อยๆ กลับรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ต้องพึ่งไตเทียมในการรักษา ซึ่งเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เดือนละ 20,000-30,000 บาท เป็นภาระหนักของคนในครอบครัวและกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย บางรายก็ถึงแก่กรรมไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ยังไม่ทันได้รับการรักษาด้วยไตเทียมหรือปลูกถ่ายไต
  3. ในปัจจุบัน มีวิธีการรักษาโรคไตได้สะดวก ง่าย ราคาไม่แพง รวมทั้งการใช้ยาเพื่อชะลอการเสื่อมของไตอย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแต่ต้องกระจายความรู้ให้แพร่หลายไปสู่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้ทั่วถึง ก็จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคไตเรื้อรังได้อย่างเต็มที่
  4. เมื่อเป็นโรคไตแล้วจะมีโรคแทรกซ้อนที่ตามมาอย่างแน่นอนคือโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่ต้องการการรักษาที่มีราคาแพงมากเช่นกัน ดังนั้นจะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ถ้าผู้ป่วยโรคไตได้รับการดูแลที่ดีมากเสียแต่เริ่มแรก ด้วยวิธีง่าย ราคาถูก เช่น ควบคุมอาหารให้ถูกสุขลักษณะ คุมเบาหวานให้ดี คุมความดันโลหิตให้ปกติสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสารที่เป็นพิษต่อไต รวมทั้งการใช้ยาที่ชะลอการเสื่อมของไต มาตรการป้องกันและชะลอการเสื่อมก็จะสัมฤทธิ์ผล ถ้าการเผยแพร่ความรู้ต่างๆ เหล่านี้เป็นไปอย่างกว้างขวางสู่บุคคลทุกวงการ การเกิดโรคหัวใจที่จะตามมาก็จะลดอัตราตามกันลงไปได้
 
          ความหวังของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่รักษาด้วยวิธีฟอกเลือดทำไตเทียม หรือล้างของเสียทางช่องท้อง ที่มีสุขภาพแข็งแรงพอรับการปลูกถ่ายไตได้ ย่อมมีความหวังที่จะได้รับไตใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ทางสภากาชาดไทย ร่วมกับ สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข กำลังปรับปรุงเรื่องนี้อย่างเข้มแข็ง
          การที่จะทำให้วัตถุประสงค์ของวันไตโลกบรรลุเป้าหมาย คงไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใดผู้หนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือร่วมแรงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังเห็นความสำคัญและประโยชน์อันจะบังเกิดแก่ผู้ป่วยเหล่านี้ รวมทั้งกระทำกิจกรรมที่มีอยู่แล้ว ให้มีความต่อเนื่อง และกว้างขวางยิ่งขึ้น วันไตโลก วันที่ 10 มีนาคม นี้ เป็นเพียงการจุดประกายของการรณรงค์เรื่องนี้ หากเป็นผลสำเร็จย่อมหมายถึงความสุขของผู้คนอีกจำนวนมาก ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานทั้งทางกายและใจ ย่อมเกิดเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ที่ท้าทายพวกเราทุกคนอยู่เบื้องหน้า ในปี พ.ศ. 2559 คณะทำงานดำเนินกิจกรรมวันไตโลก มีการจัดกิจกรรมดังนี้
1. จัดปราศรัยเนื่องในวัน “วันไตโลก” ทางโทรทัศน์
2. เผยแพร่ความรู้ทางโทรทัศน์ เว็บไซต์ออนไลน์ต่าง ๆ
3. ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข ประสาน รพศ./รพท. โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก, เรือ, อากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อจัดนิทรรศการเรื่องโรคไต
4. สมาคมฯ ดำเนินการขอความร่วมมือจากโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐบาล โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร เพื่อการเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคไตแก่ประชาชน โดยจัดกิจกรรมตามความเหมาะสม
5. จัดนิทรรศการและกิจกรรม ที่ศูนย์การค้าในวันหยุดราชการ
 
อ้างอิงจาก
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (http://www.nephrothai.org/)
ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ : 13/03/2560
เอกสารแนบ : -

อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า อยู่บนพื้นฐานของงานที่ www.klb.dmh.go.th
Copyright © 2010 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข